โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก”


 

สวัสดีครับ พบกันเป็นประจำทุกเดือนกับฮาชชิและความรู้ดีๆอีกเช่นเคย ซึ่งครั้งนี้ฮาชชิจะพาคุณแม่ไปทำความรู้จักกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งมักจะเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เป็นโรคที่ต้องรีบรักษาให้หาย เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีอาการอย่างไร และคุณแม่สามารถป้องกันได้อย่างไร ตามฮาชชิมาเลยครับ

>> โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) คือ โรคที่ผิวหนังมีการอักเสบเรื้อรังจากปฏิกิริยาทางภูมิแพ้ ซึ่งส่งผลให้เพื่อนๆมีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง เป็นตุ่มแดง ผิวหนังแห้ง ลอก เป็นแผ่น และคันมาก ซึ่งมักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ร้อยละ 50 และโดยส่วนมากจะพบในเด็กช่วงขวบปีแรกถึงร้อยละ 85

>> สาเหตุของโรค โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้ คือ

  1. เกิดจากพันธุกรรม นั่นคือ มีคนในครอบครัวที่มีประวัติป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ทั้งภูมิแพ้อากาศ หรือเป็นโรคหืด
  2. เกิดจากการได้รับปัจจัยกระตุ้นจนมีอาการขึ้นมาจากอาหาร และสิ่งระคายเคือง เช่น สัมผัสกับฝุ่นละออง ไรฝุ่น ควัน เกสรดอกไม้ สารเคมี น้ำหอม เป็นต้น
  3. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และมีความเครียดร่วมกันจึงกระตุ้นให้เกิดผื่นขึ้นนั่นเองครับ

 

>> อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาการจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระยะเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเรื้อรัง โดยตำแหน่งการกระจายของผื่นจะแตกต่างกันตามอายุครับ คือ ในเด็กเล็ก อายุ 2-3 เดือน จะพบผื่นที่แก้ม แขนและขาด้านนอก ส่วนในเด็กโต จะมีรอยเกาบริเวณลำคอ ผื่นจะหนาขึ้น และมีผื่นแดงที่ข้อพับของแขนและขา

 >> วิธีสังเกตอาการว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์

อย่างที่บอกไปว่าโรคนี้ควรป้องกัน และรักษาให้หายก่อนเกิดอาการเรื้อรังจนรักษาไม่หายขาด ฮาชชิเลยนำวิธีสังเกตเพื่อนๆมาฝากกัน นั่นคือ ถ้าหากเพื่อนๆมีผื่นขึ้น เป็นๆหายๆ ในตำแหน่งต่างๆ ทั้งๆที่ได้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นแล้ว ก็ควรรีบไปพบแพทย์ และยิ่งถ้าผิวหนังมีลักษณะเปลี่ยนไปจากปกติ ก็ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วเช่นกันครับ

>> การวินิจฉัยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ในขั้นเบื้องต้น คุณหมอจะวินิจฉัยโรคโดยการพิจารณาอายุ และประวัติการเริ่มมีผื่น เช่น ระยะเวลาที่มีผื่นขึ้นมา การเกิดผื่นซ้ำ และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น ประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว หรืออีกหนึ่งวิธี คือการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนัง (skin prick test) หรือตรวจโดยการเจาะเลือด ที่เรียกว่า การตรวจหาระดับสารภูมิคุ้มกันต้านทาน ไอจีอี (IgE) ซึ่งการวินิจฉัยแต่ละอย่างจะต้องดูอาการทางผิวหนังร่วมด้วยครับ

>> การป้องกัน และการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

- พยายามให้เพื่อนๆหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยกระตุ้นอาการต่างๆ เช่น ไรฝุ่น ควันบุหรี่ ละอองเกสรดอกไม้ ฯลฯ เพื่อป้องกันอาการกำเริบ
- คุณแม่ต้องหมั่นรักษาความสะอาดของที่นอน โดยการนำไปซัก และผึ่งแดดทุกสัปดาห์ รวมทั้งรักษาความสะอาดพื้นที่ภายในบ้าน เพราะเพื่อนๆจะใช้เวลาอยู่ในส่วนนี้บ่อย และนานที่สุด
- หมั่นดูแลผิวของเพื่อนๆให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรค ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการให้เด็กๆอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง และที่สำคัญควรให้เพื่อนทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวเพิ่มขึ้นด้วยครับ
- ในด้านการรักษาทางการแพทย์ คุณหมอจะรักษาตามลักษณะของผื่น และระยะเวลาที่เกิดผื่น โดยปกติคุณหมอจะให้ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทา ที่มีชนิดและความแรงของยาเหมาะสมกับลักษณะ และตำแหน่งของผื่น ซึ่งไม่ควรซื้อยากลุ่มนี้มาทาเองอย่างเด็ดขาดนะครับ เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากยาได้ แต่ปัจจุบันมียากลุ่มต้านการอักเสบ Calcinurin inhibitors มาทดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงหากเด็กทาติดต่อกันเป็นเวลานานครับ
 

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นสิ่งที่ป้องกันได้นะครับ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลเด็กๆในบ้านอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเบื้องต้นตามที่ฮาชชิบอกไป ให้รีบพาไปพบคุณหมอโดยเร็ว เพื่อวินิจฉัยและดูแลอย่างใกล้ชิด แค่นี้เพื่อนๆก็มีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรคผื่นภูมิแพ้ผัวหนังแน่นอนครับ





การล้างจมูกสำคัญอย่างไร น้องฮาชชิมีคำตอบ
การล้างจมูกสำคัญอย่างไร น้องฮาชชิมีคำตอบ
โรคภูมิแพ้ในเด็ก
โรคภูมิแพ้ในเด็ก โดย ผศ.นพ.ยงยุทธ วศินวงศ์ ศัลยแพทย์ โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
ข้อแตกต่างของการล้างจมูกและใช้น้ำเกลือแบบพ่นจมูก
บทความวิชาการเรื่อง "การล้างจมูก กับการใช้น้ำเกลือพ่นจมูกมีข้อแตกต่างอย่างไร" และ "อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น จากการล้างจมูก" โดย รศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน สาขาวิชาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล