Hashi Life Style สุขภาพดี

แบคทีเรีย คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง

bacteria-disease

โลกของเรามีแบคทีเรียนับล้านชนิด บางชนิดเป็นภัยร้ายที่จ้องทำลายสุขภาพ ในขณะที่บางชนิดกลับเป็นมิตรผู้ทรงคุณค่าที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ

ดังนั้น บทความนี้เราเลยจะพาคุณไปสำรวจโลกของแบคทีเรียอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตนี้คืออะไร พร้อมแนะนำวิธีป้องกันตัวเองจากแบคทีเรียร้ายอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในโลกที่เต็มไปด้วยแบคทีเรียตัวจิ๋ว


แบคทีเรีย คืออะไร ?

bacteria

แบคทีเรีย หรือ bacteria คือ จุลชีพเซลล์เดียวในกลุ่มโพรคาริโอต หมายถึงไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเซลล์แบคทีเรียมีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ

1. ส่วนผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์

ผนังเซลล์ที่อยู่ชั้นนอกสุดมีความแข็งแรงมาก ทำหน้าที่เหมือนโครงกระดูก ที่ช่วยรักษารูปร่างของแบคทีเรียไว้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของผนังเซลล์จะแตกต่างกันไปตามสปีชีส์

ถัดมา คือ เยื่อหุ้มเซลล์บางๆ ทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมการแลกเปลี่ยนสารอาหารและน้ำ ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ เพื่อการดำรงชีวิตที่เหมาะสม

2. ส่วนไซโทพลาซึม

อยู่ถัดจากเยื่อหุ้มเซลล์ ภายในบรรจุสารอาหาร (เช่น แป้ง ไขมัน), โปรตีน, เอนไซม์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และที่สำคัญที่สุด คือ กรดนิวคลีอิกหรือดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นรหัสพันธุกรรมสำหรับควบคุมการดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์ของแบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์

นอกจากนี้ แบคทีเรียบางชนิดยังสามารถสร้างผนังที่หนาเป็นพิเศษล้อมรอบตัวเอง เรียกว่า สปอร์หรือแคปซูล ซึ่งทำให้มันทนทานต่อความร้อน, ความเย็น ความชื้นได้สูงมาก และสามารถอยู่รอดได้นานหลายปีแม้ในสภาวะที่ขาดแคลนอาหาร

bacteria-1

แบคทีเรีย มีกี่ชนิด ?

แบ่งตามการย้อมติดสี : การย้อมติดสีแบบแกรม (Gram staining) เป็นวิธีที่นิยมใช้และมีความสำคัญในการจำแนกแบคทีเรียออกเป็น 2 กลุ่มหลัก โดยอาศัยความแตกต่างของผนังเซลล์ ดังนี้

เมื่อหยดสีย้อมแกรมซึ่งเป็นสีน้ำชนิดหนึ่งลงไป แบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive) จะมีผนังเซลล์ติดสีน้ำเงิน ในขณะที่ แบคทีเรียแกรมลบ (Gram negative) จะมีผนังเซลล์ติดสีแดง

แบ่งตามรูปร่าง : การแบ่งประเภทของแบคทีเรียตามลักษณะรูปร่าง จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • รูปร่างกลม (Coccus) เช่น Staphylococcus spp. ที่อาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือ Streptococcus spp. ที่เรียงตัวต่อกันเป็นสาย
  • รูปร่างเป็นแท่ง (Bacillus) เช่น Bacillus anthracis ที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวและหนาเรียงกันเป็นเส้นตรง
  • รูปร่างเป็นเกลียว (Spirochete) เช่น Leptospira interrogans ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว หนา และบิดเป็นเกลียว

แบ่งตามการใช้ออกซิเจน : การแบ่งแบคทีเรียโดยใช้เกณฑ์เรื่องการใช้อากาศ หรือไม่ใช้อากาศในการดำรงชีวิต จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มแอโรบส์ (Aerobe) จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนในการสร้างพลังงานเพื่อดำรงชีวิต โดยส่วนใหญ่แบคทีเรียจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ 
  • กลุ่มแอนแอโรบส์ (Anaerobe) ไม่ต้องการออกซิเจนและมักจะตายเมื่อสัมผัสกับอากาศ จึงพบได้ตามบริเวณที่มีออกซิเจนน้อย เช่น ในช่องท้องหรือปาก และแบคทีเรียกลุ่มนี้มักสร้างปัญหาในการติดเชื้อเนื่องจากมีการเจริญเติบโตเร็วและดื้อต่อยาต้านจุลชีพ
  • กลุ่มฟาคัลเททีพ (Facultative) สามารถดำรงชีวิตได้ทั้งในสภาพที่มีและไม่มีออกซิเจน ยกตัวอย่างเช่น Escherichia coli หรือ อีโคไล (E. coli) ที่พบในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์
allergy-symptoms

แบคทีเรียและการส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

แบคทีเรียส่วนใหญ่มักมีประโยชน์หรือเป็นกลางต่อร่างกาย แต่แบคทีเรียก่อโรคส่วนน้อยนิดกลับมีกลไกการบุกรุกและเอาตัวรอดที่ซับซ้อน

พวกมันสามารถปรับตัวเพื่อหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและสร้างปัจจัยความรุนแรง เช่น สารพิษและเอนไซม์ทำลายเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างชั้นชีวภาพเพื่อยึดเกาะและป้องกันตัวเองได้ด้วย ดังนั้น การทำความเข้าใจกลยุทธ์การบุกรุกเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายไปตามระบบอวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกาย

🦠 แบคทีเรียกับระบบทางเดินหายใจ

แบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ มีดังนี้

  • Streptococcus pneumoniae แกรม+ มีรูปร่างลักษณะกลม
  • Streptococcus pyogenes (Group A Streptococcus) แกรม+ มีรูปร่างกลม
  • Haemophilus influenzae แกรม- มีรูปร่างเป็นแท่ง
  • Moraxella catarrhalis แกรม- มีรูปร่างกลม
  • Mycoplasma pneumoniae ไม่มีผนังเซลล์ รูปร่างไม่แน่นอน (มีทั้งกลม แท่ง เกลียว)
  • Mycobacterium tuberculosis แกรม+ รูปร่างเป็นแท่ง
  • Corynebacterium diphtheriae แกรม+ มีรูปร่างเป็นแท่ง
  • Pseudomonas aeruginosa แกรม- มีรูปร่างเป็นแท่ง
bacteria-2

[ตัวอย่าง]

🦠 ชนิดของโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae

เชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ Streptococcus pneumoniae เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น (โพรงจมูกและคอหอย) โดยผู้ที่มีเชื้อนิวโมคอคคัสในร่างกายอาจเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากเชื้อนี้ก่อโรคก็มักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณดังกล่าว เช่น โรคหูชั้นกลางอักเสบและไซนัสอักเสบ

🦠 อาการของโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae

เชื้อนิวโมคอคคัส หรือ Streptococcus pneumoniae เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจที่ไม่รุนแรงและพบได้บ่อย เช่น ไซนัสอักเสบ ซึ่งมีอาการ ดังนี้

  • คัดหรือแน่นจมูก
  • น้ำมูกไหลออกมาทางรูจมูกด้านหน้า หรือไหลลงคอ
  • ปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้า อาจสูญเสียการรับกลิ่นร่วมด้วย
  • เมื่อตรวจดูภายในโพรงจมูก มีการอุดตัน เนื้อเยื่อบวม อาจพบมีริดสีดวงจมูก หรือหนองไหล

🦠 วิธีป้องกันแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ในไซนัสอักเสบ :

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไซนัสอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส การรักษามักมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น ได้แก่ การให้ยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวดศีรษะหรือปวดบริเวณใบหน้า การแนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยชะล้างน้ำมูกและลดอาการคัดจมูก รวมถึง การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูก เพื่อช่วยลดการอักเสบและอาการบวมภายในโพรงจมูกและไซนัส

ในกรณีที่ตรวจพบการติดเชื้อแบคทีเรีย นอกเหนือจากการรักษาเบื้องต้นแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพิ่มเติม (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) รวมถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด Functional Endoscopic Sinus Surgery (FESS) ซึ่งจะถูกพิจารณาเป็นลำดับสุดท้าย เมื่อวิธีการรักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีภาวะริดสีดวงจมูก หรือเริ่มปรากฏอาการแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ เช่น ตาหรือสมอง เช่น อาการสายตาพร่าเลือน อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือการอาเจียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้จะต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ของผู้ป่วยร่วมด้วยเสมอ เช่น อายุ สุขภาพโดยทั่วไป และโรคประจำตัวของผู้ป่วย เพื่อให้การรักษาเหมาะสมที่สุด


คำถามพบบ่อย (FAQ)

แบคทีเรียดี มีอะไรบ้าง ?แบคทีเรียดี อาทิ Probiotics
Lactobacillus spp.
– L. reuteri, L. Casei, L. Acidophilus, L. Bulgaricus, L.brevis, L. Rhamnosus
– Saccharomyces boulardii 
– Enterogermina – Bacillus clausii, Bacillus subtilis
– Bifidobacterium spp. – B. Bifidum, Longum, B. Breve, B.infantis
– Streptococcus thermophilus
โรคอะไรบ้างที่เกิดจากแบคทีเรีย ?โรคจากติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในบ้านเรา คือ
– อหิวาตกโรค
– โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ
– โรคไอกรน
– โรคบาดทะยัก
– โรคฉี่หนู
– โรคไทฟอยด์
– วัณโรค
– โรคต่อมทอนซิลอักเสบ
– โรคหูส่วนกลางอักเสบเป็นหนอง เช่น หูชั้นกลางอักเสบ- เรื้อรัง
– โรคไส้ติ่งอักเสบ
– โรคหนองใน
แบคทีเรีย ทําหน้าที่อะไร ?แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเรามีบทบาทสำคัญหลายด้าน แต่โดยหลักๆ แล้วพวกมันจะช่วยในกระบวนการย่อยสลายอาหารที่เราบริโภค ซึ่งช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นได้

นอกจากนี้ แบคทีเรียเหล่านี้ยังทำหน้าที่ในการช่วยลดสารพิษ และป้องกันการเกิดสารพิษในร่างกาย และที่สำคัญ พวกมันยังเป็นเหมือนเกราะป้องกันตามพื้นผิวที่มันอาศัยอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคภายนอกเข้ามาบุกรุกและก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

บทสรุป

จะเห็นได้ว่า การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบคทีเรียอย่างถูกต้องนั้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่กลับเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่คุณ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขอนามัยของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันเชื้อโรคอันตรายต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด ดังนั้น คุณจึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุขในโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพนี้ได้อย่างแท้จริง


HD Mall,

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ,

Bumrungrad Hospital,

HD Mall,

โรงพยาบาลนครธน,

โรงพยาบาลนนทเวช,

หาหมอ,

ReAct,

รองศาสตราจารย์ จุไรรัตน์ นิลกุล ภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิกและเทคโนโลยีประยุกต์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล,

แนะนำบทความอื่นๆ

สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

ไวรัส RSV คืออะไร? มีสาเหตุ อาการ และวิธีการป้องกันอย่างไร

เด็กเล็กและทุกคนในครอบครัว

ติดโควิดทำอย่างไรดี? เช็กอาการโควิดสายพันธุ์ใหม่และวิธีรักษาโควิดเองที่บ้าน

เด็กเล็กและทุกคนในครอบครัว

หน้าหนาวฝุ่นเยอะจริงไหม? ไขข้อสงสัยฝุ่น PM 2.5 ช่วงไหนอันตรายที่สุด

สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

จมูกตันตอนนอน ? รู้สาเหตุและวิธีแก้ให้หายใจโล่ง หลับสบายตลอดคืน

สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

“ขี้มูกแห้ง” ปัญหากวนใจที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมเคล็ดลับดูแลจมูกให้ชุ่มชื้นหายใจโล่ง

เด็กเล็กและทุกคนในครอบครัว

6 โรคที่มากับหน้าหนาว พร้อมวิธีป้องกันสำหรับทุกวัย

ค้นหา