ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ต่อให้เราพกร่มหรือเตรียมตัวดีแค่ไหน ก็มีบ้างที่ต้องเดินลุยฝนจนตัวเปียกอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอกลับถึงบ้านหลายคนอาจจะมุ่งตรงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที แต่รู้ไหมว่าแค่นั้นอาจยังไม่พอ เพราะตัวการสำคัญที่ทำให้เราฟุดฟิดน้ำมูกไหลหลังตากฝน คือพวกสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ที่ลอยมากับความชื้น ซึ่งตรงเข้าสู่โพรงจมูกของเราโดยตรง
บทความนี้เลยรวบรวม 7 วิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ หลังตากฝน ที่จะช่วยรีเซ็ตระบบทางเดินหายใจและเคลียร์โพรงจมูกให้สะอาด ปลอดภัยจากอาการหวัดมาฝากกัน

ตากฝนทำไงให้ไม่ป่วย ? 7 สิ่งที่คุณควรทำ หลังจากเดินตากฝน
ช่วงเวลาที่สายฝนโปรยปรายดูโรแมนติก แต่อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาการป่วยไข้ได้ง่ายๆ หากเราปล่อยปละละเลยร่างกายหลังจากเดินตากฝนมาหมาดๆ เพราะความชื้นและความเย็นที่เกาะกุมตามเนื้อตัวคือตัวการสำคัญที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีทันทีที่ถึงบ้านจึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยเปลี่ยนวันเปียกปอนให้กลับมาอบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
1. เช็ดผมให้แห้งโดยเร็วที่สุด
หากคุณยังไม่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ได้ในทันที สิ่งแรกที่ต้องทำคือรีบเช็ดผมให้แห้งโดยเร็วที่สุด พร้อมกับซับหรือเป่าเสื้อผ้าตัวเดิมที่สวมใส่อยู่ให้แห้งสนิท เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายและป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วย
2. เมื่อกลับถึงบ้าน ให้ถอดเสื้อผ้า ถุงเท้า และรองเท้าที่เปียกออกทันที
ทันทีที่เดินทางกลับถึงบ้าน ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า ถุงเท้า และรองเท้าที่เปียกชื้นออกทันที เพราะการปล่อยให้ร่างกายสัมผัสความเปียกชื้นเป็นเวลานานจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงจนรู้สึกหนาวสั่น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นหวัดไปจนถึงขั้นเป็นโรคปอดบวมได้ นอกจากนี้ ความอับชื้นบนเนื้อผ้ายังกลายเป็นแหล่งสะสมและเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย

3. ล้างจมูกเพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรก น้ำมูก และสารก่อภูมิแพ้
การล้างจมูกจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรก น้ำมูก และสารก่อภูมิแพ้ให้หลุดออก โดยตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบมาให้จับถนัดมือ และควบคุมแรงบีบได้ง่าย ทำให้น้ำเกลือสามารถกระจายทำความสะอาดได้ทั่วโพรงจมูกโดยไม่พุ่งขึ้นแรงจนเกินไป มาพร้อมกับผงเกลือแบบซองที่พกพาสะดวก ให้คุณสามารถแกะผสมใหม่กับน้ำดื่มที่สะอาดได้ทุกครั้งก่อนล้างเพื่อความอนามัย
4. อาบน้ำและสระผมทันที
ควรอาบน้ำและสระผมทันทีหลังจากโดนฝน เนื่องจากน้ำฝนในปัจจุบันมักหอบเอาฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และแบคทีเรียในอากาศลงมาด้วย การชำระล้างร่างกายและเส้นผมให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำอุ่นจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกสะสมแล้ว ยังช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้เกิดความอบอุ่น เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. ล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่
การทำความสะอาดเท้าด้วยสบู่ให้สะอาดหมดจด รวมถึงการใช้สครับหรือเกลือขัดผิวเพื่อขจัดสิ่งสกปรกสะสม เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะการเดินลุยหรือเหยียบย่ำผ่านน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สามารถนำไปสู่การติดเชื้อราตามผิวหนังได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคฮ่องกงฟุต (โรคน้ำกัดเท้า) ที่มักเกิดขึ้นจากการหมักหมมของความชื้นและสิ่งสกปรก

6. แช่เท้าในน้ำอุ่น
วิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายที่ทำได้ง่ายๆ โดยการแช่เท้าในน้ำอุ่น ซึ่งหลังจากแช่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเช็ดเท้าให้แห้งสนิททันที แล้วตามด้วยการทาแป้งฝุ่น เพื่อลดความอับชื้นและช่วยให้ผิวสัมผัสแห้งสบายเท้ามากยิ่งขึ้น
7. ดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ
การดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ อย่างชามิ้นต์หรือชาขิงสักแก้ว ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ในชาสมุนไพรเหล่านี้ยังมีสารอาหารที่มีฤทธิ์เด่นในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันและช่วยปกป้องร่างกายของคุณให้ปลอดภัยจากสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามพบบ่อย (FAQ)
| ตากฝนมาต้องอาบน้ำเลยไหม ? | ควรอาบน้ำสระผมด้วยน้ำอุ่นทันทีหลังโดนฝน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่มากับฝน พร้อมช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อุ่นเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย |
| ทำไมตากฝนแล้วเจ็บคอ ? | บรรยากาศที่อับชื้นจากฝนจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีที่ทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียเจริญเติบโตและแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและเกิดการเจ็บป่วยได้บ่อยกว่าปกติ โดยมักเริ่มจากอาการระคายเคืองและเจ็บคอ ก่อนจะลุกลามเป็นไข้หวัด คัดจมูก และมีน้ำมูกไหล ซึ่งอาการป่วยเหล่านี้ล้วนบั่นทอนร่างกายและสร้างความยากลำบากต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก |
| การตากฝนมีอันตรายอะไรบ้าง ? | โรคที่มากับฝน มีดังนี้ – ตากฝนเป็นหวัด นำไปสู่โรคไข้หวัดใหญ่ – โรคต่อมทอนซิลอักเสบ – โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน – โรคเยื่อบุตาอักเสบ – โรคไข้เลือดออก – โรคฉี่หนู – โรคมือ เท้า ปาก |
บทสรุป
การดูแลตัวเองหลังเดินตากฝนไม่ได้จบลงแค่การเช็ดตัวให้แห้งเพื่อความสบายตัวเท่านั้น แต่คือการปรับพฤติกรรมทันทีเมื่อกลับเข้าบ้าน โดยเฉพาะการทำความสะอาดและดูแลโพรงจมูกอย่างถูกวิธี จะเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่จะช่วยตัดวงจรเชื้อโรค ลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด และฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง สดชื่น พร้อมรับมือกับทุกพายุฝนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกๆ วัน
ขอบคุณข้อมูลจาก :
โรงพยาบาลราชสีมา,
Propoliz,
โรงพยาบาลศิครินทร์





