ถ้าคุณคิดว่าภัยร้ายจากการสูบบุหรี่มีเพียงอาการไอและปอดถูกทำลายเท่านั้น คุณอาจพลาดจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของปัญหาไป
เพราะบุหรี่ไม่ได้จำกัดความเสียหายแค่ที่ปอด แต่เริ่มทำลายตั้งแต่จมูกและลำคอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกของระบบทางเดินหายใจ
ดังนั้น บทความนี้จึงมุ่งเน้นที่จะตีแผ่ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่มักถูกมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นอาการหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ตลอดจนการที่ภูมิคุ้มกันในบริเวณนี้ลดลง ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงที่คุณอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน
โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีอะไรบ้าง ?
ควันบุหรี่เต็มไปด้วยสารพิษและสารก่อมะเร็ง ที่ไม่ได้ทำลายเพียงผู้สูบเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างด้วยการได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งสารพิษเหล่านี้จะเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญแทบทุกส่วน นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังและโรคที่มีความรุนแรงถึงชีวิต ดังนี้

- โรคจากระบบทางเดินหายใจ
การสูบบุหรี่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากสารเคมีในควันบุหรี่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองภายในระบบทางเดินหายใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และมะเร็งปอด
ยิ่งไปกว่านั้น การรับควันบุหรี่เข้าไปจะทำลายเซลล์ปอดอย่างถาวร ทำให้เนื้อเยื่อปอดสูญเสียความสามารถในการยืดหยุ่นตามธรรมชาติ ผลที่ตามมา คือ ปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ผู้สูบบุหรี่มีอาการหายใจลำบากและเหนื่อยง่าย แม้กระทั่งในการทำกิจกรรมเบาๆ
- โรคจากระบบหัวใจและหลอดเลือด
การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อระบบไหลเวียนโลหิต เนื่องจากสารสำคัญในควันบุหรี่อย่างนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์จะออกฤทธิ์โดยตรงต่อหลอดเลือด เมื่อสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง
นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังกระตุ้นให้เกิดการทำลายและอักเสบของผนังหลอดเลือด นำไปสู่การสะสมของคราบไขมันภายในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบและแข็งตัว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งนั่นเอง

- โรคจากระบบภูมิคุ้มกัน
การสูบบุหรี่ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำให้ความสามารถในการป้องกันตนเองจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ อ่อนแอลง ซึ่งหมายความว่า ร่างกายจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนต่อการเป็นโรคติดเชื้อและอาการป่วยอื่นๆ เช่น โรคปอดบวม ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ และยังทำให้อาการของโรคหอบหืด ซึ่งเป็นภาวะอักเสบเรื้อรังของหลอดลมแย่ลงไปอีก
- โรคจากสุขภาพช่องปาก
การสูบบุหรี่มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพช่องปาก เนื่องจากสารเคมีที่เป็นอันตรายในบุหรี่จะทำให้เกิดคราบสีเหลืองหรือสีน้ำตาลบนผิวฟัน ซึ่งส่งผลต่อความสวยงามและสุขอนามัยโดยรวม ไม่เพียงเท่านั้น การสูบบุหรี่ยังเป็นสาเหตุหลักของปัญหากลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย
และที่สำคัญที่สุด คือ พฤติกรรมนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหงือกอย่างมาก โดยสารพิษจะไปกระตุ้นให้เหงือกเกิดการอักเสบและมีเลือดออกง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งช่องปาก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

- โรคจากสุขภาพผิวหนัง
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดภาวะผิวเหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสารพิษในควันบุหรี่ไปลดปริมาณออกซิเจนและสารอาหารสำคัญที่ควรจะไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวขาดความสมบูรณ์และเสียหาย
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การสูบบุหรี่จะไปขัดขวางกระบวนการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักที่ช่วยให้ผิวมีความเต่งตึงและยืดหยุ่น เมื่อการผลิตคอลลาเจนลดลง ผิวหนังก็จะสูญเสียความยืดหยุ่นไปอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุให้เกิดริ้วรอยลึกก่อนเวลาอันควร
วิธีป้องกันและลดผลกระทบจากควันบุหรี่ด้วยการล้างจมูก
การสูดดมควันบุหรี่มือสอง ไม่ว่าจะในสภาพแวดล้อมที่ทำงานหรือที่บ้าน ถือเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุภาคขนาดเล็กและสารพิษในควันนี้สามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจและไปสะสมในโพรงจมูก ก่อให้เกิดการระคายเคือง การอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงของอาการภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ได้
การจัดการกับสารก่อภูมิแพ้และมลพิษที่ตกค้างในระบบทางเดินหายใจจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการและลดผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมได้
⭐ เช็กลิสต์ 4 ข้อดีของการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
1. ช่วยชะล้างทำความสะอาดสิ่งที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกและไซนัส
การล้างจมูกมีประโยชน์สำคัญ คือ ช่วยชะล้างทำความสะอาดสิ่งที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกและไซนัส โดยเฉพาะน้ำมูกและหนอง ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในบริเวณนั้น
เพราะเมื่อเกิดการอักเสบ มักจะมีของเสียเหล่านี้เกิดขึ้นและไม่สามารถระบายออกมาได้เองตามธรรมชาติ ทำให้เกิดอาการคัดแน่น อุดตัน และไม่สบาย การชะล้างจึงทำหน้าที่เหมือนการเปิดทางระบายและขจัดสารก่อการระคายเคืองออกไป ดังนั้น จึงช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและลดความรุนแรงของอาการอักเสบได้ในที่สุด
2. ช่วยลดปริมาณเชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ในโพรงจมูก
การล้างจมูกเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพโพรงจมูก โดยมีกลไกสำคัญ คือ ช่วยลดปริมาณของเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ที่อาจสะสมอยู่ในโพรงจมูก เมื่อสารก่อภูมิแพ้และเชื้อโรคเหล่านี้ถูกชะล้างออกไป ก็จะทำให้โพรงจมูกสะอาดขึ้นและโล่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ การที่โพรงจมูกโล่งขึ้นยังส่งผลให้อาการคัดจมูกและน้ำมูกไหล ซึ่งเป็นอาการไม่สบายที่พบบ่อยบรรเทาลงไปในที่สุด ทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางเดินหายใจสามารถหายใจได้สะดวกและรู้สึกดีขึ้นได้ในทันที

3. ช่วยให้ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาพ่นจมูกเพื่อรักษาอาการ การปฏิบัติที่ถูกต้อง คือ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือก่อนที่จะพ่นยาเสมอ เนื่องจากการล้างจมูกจะช่วยชะล้างเมือก คราบน้ำมูก หรือสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในโพรงจมูกออกไป ซึ่งการทำเช่นนี้จะส่งผลให้เยื่อบุจมูกมีความสะอาดและเปิดรับยามากขึ้น
ดังนั้น เมื่อพ่นยาเข้าไป ตัวยาจึงสามารถสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้โดยตรงและทั่วถึงกว่าเดิม ส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การรักษาอาการทางจมูกมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง
4. ช่วยชะล้างคราบสะเก็ดแผลและคราบสกปรก
การล้างจมูกมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดหรือการฉายรังสีในบริเวณโพรงจมูกหรือ ไซนัส โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยชะล้างสิ่งตกค้างต่างๆ ออกจากโพรงจมูก เช่น คราบสะเก็ดแผลและคราบสกปรกที่อาจสะสมอยู่หลังการรักษา ซึ่งการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึงนี้จะช่วยส่งเสริมให้แผลหายได้ดีขึ้น
คำถามพบบ่อย (FAQ)
| โทษของบุหรี่ 5 ข้อ มีอะไรบ้าง ? | 1. การเสพติดนิโคตินในบุหรี่ สาเหตุสำคัญที่ทำให้การเลิกสูบยาก และเกิดความต้องการบุหรี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง 2. โรคมะเร็ง ในควันบุหรี่มีสารก่อมะเร็ง ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายและกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดการกลายพันธุ์ ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติจนกลายเป็นเนื้อร้ายในที่สุด 3. โรคหัวใจและหลอดเลือด สารเคมีในบุหรี่จะไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเกิดการตีบตันและพัฒนาไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็ง ซึ่งขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะสำคัญต่างๆ ในร่างกาย 4. ควันบุหรี่ก่อให้เกิดการอักเสบและทำลายเนื้อเยื่อปอดอย่างถาวร ส่งผลให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ปัญหาสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากการสูบบุหรี่จะไปลดการผลิตฮอร์โมนเพศ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยากทั้งในผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง รวมถึงทำให้เกิดการแก่ก่อนวัยอีกด้วย |
| บุหรี่ส่งผลต่อปอดอย่างไร ? | ปอดของเรามีถุงลมเล็กๆ จำนวนมากซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการฟอกเลือดและนำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด แต่เมื่อสูบบุหรี่จัดเป็นเวลานาน สารพิษในควันบุหรี่จะเข้าทำลายผนังถุงลม ทำให้ถุงลมบวม อักเสบ และฉีกขาด ดังนั้น ปอดจึงไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อยและหายใจลำบาก |
| ฉันจะเลิกบุหรี่ได้อย่างไร ? | เคล็ดลับ 6 ขั้นตอน สู่การเลิกบุหรี่อย่างยั่งยืน เริ่มต้นด้วยการ – สร้างแรงจูงใจหาเป้าหมายในการเลิก – กำหนดวันเลิกให้เร็วที่สุด – บอกคนรอบข้างไม่ให้ชักชวนสูบบุหรี่ – วางแผนรับมือเมื่ออยากสูบบุหรี่ – ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์การสูบให้หมด – หลีกเลี่ยงควันบุหรี่เพราะเป็นสิ่งกระตุ้นให้อยากสูบ |
บทสรุป
และทั้งหมดนี้ ก็คือ โทษของบุหรี่ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งการเข้าใจถึงความเสียหายเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักว่าทุกครั้งที่สูดควันเข้าไป คือ การสะสมความบอบช้ำให้แก่ร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตระหนักถึงความจริงอันขมขื่นและใช้เป็นแรงผลักดันสำคัญในการตัดสินใจเลิกบุหรี่ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพทางเดินหายใจให้กลับมาแข็งแรง และมอบชีวิตที่สดใส ยั่งยืน ปลอดจากความเสี่ยงให้กับตนเองและบุคคลอันเป็นที่รัก
ขอบคุณข้อมูลจาก :
รัตตินันท์ คลินิก,
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต,
สถานีโทรทัศน์รามาแชนแนล (Rama Channel),





