Hashi Life Style สุขภาพดี

โรคที่มากับหน้าฝน พร้อมวิธีป้องกัน ดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยช่วงฤดูฝน

ย่างเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ต้องปรับตัวไม่ใช่แค่การพกร่มหรือเสื้อกันฝนก่อนออกจากบ้านเท่านั้น แต่คือการเตรียมพร้อมร่างกายให้รับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในแต่ละวัน เพราะความชื้นในอากาศและความอับชื้นจากสายฝน เป็นบ่อเกิดสำคัญของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงสัตว์พาหะนำโรคต่างๆ

บทความนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคที่มากับหน้าฝน พร้อมวิธีป้องกันและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงปลอดภัยตลอดฤดูกาลนี้กัน


รวมโรคที่มากับหน้าฝน ที่คุณต้องรู้เพื่อรับมือให้ไวและถูกต้อง

สายฝนฉ่ำๆ ที่หอบเอาความเย็นสบายมาให้อาจแฝงไปด้วยภัยเงียบที่คุณไม่ทันตั้งตัว เพราะความชื้นและน้ำขังคือรันเวย์ชั้นดีของเหล่าเชื้อโรคที่จะบุกโจมตีร่างกายเราได้ในพริบตา เพื่อให้คุณรู้ทันและพร้อมกางร่มหลบโรคร้ายได้อย่างทันท่วงที นี่คือโรคยอดฮิตหน้าฝนที่คุณต้องยกการ์ดสูงและรับมือให้ไวที่สุด

1. ภูมิแพ้หน้าฝน

    อีกหนึ่งโรคในฤดูฝนที่คนเป็นกันบ่อยๆ คือ ภูมิแพ้หน้าฝน ซึ่งภูมิแพ้หน้าฝน มีสาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศที่ชื้นและแปรปรวนจนทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบและกรองสิ่งแปลกปลอมได้ลดลง ร่วมกับการเพิ่มขึ้นของสารก่อภูมิแพ้รอบตัวที่เติบโตและแพร่กระจายได้ดีในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นมูลของไรฝุ่นตามเครื่องนอน สปอร์เชื้อราในจุดอับชื้น โปรตีนจากน้ำลายและรังแคบนขนสัตว์เลี้ยง รวมถึงละอองเกสรพืชที่แตกตัวเมื่อกระทบเม็ดฝน ซึ่งสารเหล่านี้จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามีนจนแสดงอาการ ตั้งแต่ระดับทั่วไปอย่างการคัดจมูก จาม ไอ ไอเจ็บคอ และระคายเคืองตา ไปจนถึงขั้นรุนแรงอย่างใต้ตาบวมคล้ำ ผื่นขึ้น แน่นหน้าอก หรือหายใจติดขัด

    2. โรคไข้หวัดใหญ่

      โรคติดต่อหน้าฝนอันดับหนึ่ง คือ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคนี้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่ม Influenza Virus โดยจะแสดงอาการเด่นชัด คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ คัดจมูก มีน้ำมูก และมีอาการไอ

      3. โรคมือ เท้า ปาก

        โรคมือ เท้า ปาก (HFMD) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่อากาศเย็นและชื้น ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่ม Human enterovirus ผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือตุ่มน้ำใสของผู้ป่วย โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายต่อได้นานหลายสัปดาห์แม้ผื่นจะหายแล้ว

        สำหรับอาการเริ่มต้นเด็กจะมีไข้ เจ็บคอ เบื่ออาหาร และงอแง (ระยะฟักตัว 3-6 วัน) จากนั้นจะเริ่มมีตุ่มน้ำใสแผลในปาก รวมถึงผื่นหรือตุ่มนูนไม่คันตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ซึ่งส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เองใน 7-10 วัน แต่ในบางรายอาจมีไข้สูงเฉียบพลันและมีตุ่มแผลเฉพาะที่คอหอยลึก ซึ่งเรียกว่าโรคเฮอร์แองจินา (Herpangina) และอาจมีอาการชักร่วมด้วย

        จากทั้ง 3 โรคยอดฮิตในฤดูฝน ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้หน้าฝนที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้และอากาศชื้น โรคไข้หวัดใหญ่จากการติดเชื้อไวรัส Influenza หรือโรคมือ เท้า ปากในเด็กเล็กที่แพร่ผ่านสิ่งคัดหลั่ง ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและทำให้เกิดน้ำมูกสะสม ซึ่งเราสามารถรับมือและบรรเทาอาการได้ด้วย “การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ”

        เพราะการล้างจมูกจะช่วยชะล้างน้ำมูกเหนียวข้น สารก่อภูมิแพ้ สปอร์เชื้อรา และเชื้อไวรัสที่เกาะอยู่บริเวณเยื่อบุโพรงจมูกให้หลุดออกไป ช่วยลดการระคายเคือง บรรเทาอาการคัดจมูก จาม หรือไอเจ็บคอได้ อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดโพรงจมูกให้โล่งสะอาด ลดโอกาสการสะสมของเชื้อโรค และป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ถือเป็นทางออกในการดูแลสุขอนามัยขั้นพื้นฐานที่ช่วยให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ผ่านพ้นหน้าฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและหายใจได้โล่งยิ่งขึ้น


        คำถามพบบ่อย (FAQ)

        อากาศเปลี่ยนทำไมภูมิแพ้กำเริบ ?ภูมิแพ้กำเริบ เป็นหนึ่งในโรคแพ้อากาศ เกิดจากการที่เยื่อบุจมูกมีความไวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวมากเป็นพิเศษ ทำให้ไม่สามารถปรับตัวตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญกับอากาศร้อน อากาศเย็น ความชื้น หรือแม้กระทั่งกลิ่นฉุนและสิ่งระคายเคืองต่างๆ โดยโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และพบได้บ่อยถึงร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่หรือประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วย มักจะเริ่มแสดงอาการให้เห็นก่อนที่จะมีอายุครบ 30 ปี
        ภูมิแพ้อากาศกำเริบกี่วันหาย ?อาการภูมิแพ้อากาศไม่ได้หายขาดในทันที แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
        ล้างจมูกช่วยลดภูมิแพ้อากาศได้ไหม ?การล้างจมูกช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้อากาศได้ดีมาก โดยน้ำเกลือจะชะล้างน้ำมูก ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ในโพรงจมูกออกไป ทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม หายใจโล่งขึ้น และลดการระคายเคือง รวมถึงช่วยให้ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์ได้ดียิ่งขึ้น

        แชร์ : วิธีล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสำหรับมือใหม่

        บทสรุป

        การย่างเข้าสู่ฤดูฝนไม่เพียงแต่จะนำพาความฉ่ำเย็นมาให้ แต่ยังแฝงไปด้วยความเสี่ยงของโรคติดต่อและปัญหาสุขภาพต่างๆ โดยเฉพาะ  โรคร้ายแรงที่พบบ่อย ตั้งแต่กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดและภูมิแพ้ ไปจนถึงโรคที่เป็นภัยเงียบอย่างไข้เลือดออก การตระหนักรู้และไม่ละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายจึงเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญที่สุด เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน มุ่งเน้นการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล รักษาร่างกายให้อบอุ่น และร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำโรคอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องตัวคุณรวมถึงคนที่คุณรักให้ผ่านพ้นหน้าฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย มีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมรับความสดชื่นของฤดูกาลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับความเจ็บป่วยอีกต่อไป


        โรงพยาบาลพญาไท 2,

        IQAir,

        MedPark Hospital,

        โรงพยาบาลนวเวช,

        คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,

        โรงพยาบาลวิมุต,

        แนะนำบทความอื่นๆ

        สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

        น้ำเกลือพ่นจมูก vs. น้ำเกลือหยดจมูก ต่างกันอย่างไร ? เลือกแบบไหน

        สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

        เช็กอาการไอ เจ็บคอ มีไข้ สัญญาณโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย

        เด็กเล็กและทุกคนในครอบครัว

        คันตา-ผื่นขึ้น บ่อยๆ อาจเป็นเพราะ “ไรฝุ่น” ที่อยู่ตามบ้าน ออฟฟิศ ห้องเรียน เช็กสาเหตุพร้อมวิธีดูแลตัวเองให้หายขาด

        เด็กเล็กและทุกคนในครอบครัว

        ไข้แดด โรคหน้าร้อนต้องระวัง ! พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้น

        สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

        วิธีรับมืออาการคันจมูกและจามจากแพ้ขนแมว ให้คุณอยู่กับเจ้าเหมียวได้อย่างสบายใจ

        เด็กเล็กและทุกคนในครอบครัว

        อากาศแห้งในห้องแอร์ ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างไร

        ค้นหา