สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

วิธีใช้ยาพ่นจมูกให้ถูกวิธีสำหรับมือใหม่ พร้อมข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

หลายคนอาจเคยใช้ยาพ่นจมูกตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรกันมาบ้าง แต่รู้ไหมว่าการพ่นยาให้ได้ผลดีนั้นมีเทคนิคสำคัญที่ควรรู้ ทั้งการเตรียมจมูกให้สะอาด เล็งหัวพ่นออกด้านข้าง และสูดเบา ๆ

การเรียนรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องนอกจากจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่แล้ว ยังช่วยให้เราดูแลระบบทางเดินหายใจได้อย่างปลอดภัยและทำตามได้ง่ายขึ้นอีกด้วย


ยาพ่นจมูก (Nasal Spray) คืออะไร ?

ยาพ่นจมูกเป็นรูปแบบยาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถส่งตัวยาเข้าสู่ร่างกายผ่านโพรงจมูกได้โดยตรง จึงออกฤทธิ์ดูแลรักษาได้อย่างรวดเร็ว ในทางการแพทย์จึงนำยาพ่นจมูกมาใช้รักษาหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้ ภาวะโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง และไซนัสอักเสบ เป็นต้น


ประเภทของยาพ่นจมูก

เวลาแน่นจมูกหรือภูมิแพ้กำเริบ หลายคนอาจหยิบยาพ่นจมูกมาใช้ทันที แต่รู้ไหมว่ายาพ่นจมูกมีหลายประเภทและออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน จะมีทั้งยาพ่นที่มีตัวยาและสเปรย์น้ำเกลือที่ไม่มีตัวยา มาดูกันว่าแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?

1. ยาพ่นจมูกที่มีตัวยา

    • ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid Nasal Spray)

    ยากลุ่มนี้ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก และช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกและช่วยควบคุมอาการภูมิแพ้ทางจมูก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการแพ้ จึงนิยมใช้รักษาอาการภูมิแพ้ทางจมูก เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันจมูก หรือภาวะจมูกอักเสบเรื้อรัง

    • ยาพ่นจมูกกลุ่มต้านฮีสตามีน (Antihistamine Nasal Spray)

    ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหลั่งสารจากระบบภูมิคุ้มกันที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ช่วยบรรเทาอาการคัน จาม และน้ำมูกไหลได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้เฉียบพลัน ซึ่งการเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับอาการและคำแนะนำของแพทย์/เภสัชกร

    • ยาพ่นจมูกกลุ่มหดหลอดเลือด (Topical Decongestant)

    ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกโดยทำให้หลอดเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกหดตัว ช่วยให้หายใจโล่งขึ้นอย่างรวดเร็ว มักใช้ในผู้ป่วยไข้หวัดหรือไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

    • ยาพ่นจมูกแบบผสม (Allergy Combination Nasal Spray)

    เป็นการผสมผสานตัวยา 2 ชนิดไว้ในขวดเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เช่น Azelastine + Fluticasone (เช่น Dymista) ใช้รักษาอาการภูมิแพ้เรื้อรังที่ใช้ยาชนิดเดียวแล้วยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

    2. สเปรย์น้ำเกลือ (ไม่มีตัวยา) อย่างยาพ่นจมูกชนิดน้ำเกลือ (Saline Nasal Spray)

      ใช้น้ำเกลือบริสุทธิ์ที่ไม่มีผสมตัวยา เพื่อช่วยชะล้างน้ำมูกที่ตกค้าง สิ่งสกปรก เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ออกจากโพรงจมูก และทำให้ยาสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้มากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดี มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น   พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการแห้งและระคายเคือง เหมาะสำหรับผู้ที่มีโพรงจมูกแห้ง เด็กเล็ก หรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ 


      วิธีใช้ยาพ่นจมูก

      • เขย่าขวดยาเบาๆ ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ
      • หากเป็นขวดใหม่ ให้เตรียมหัวพ่น/prime ตามคำแนะนำบนฉลากหรือเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์
      • นั่งหรือยืนในท่าที่สบาย
      • ก้มศีรษะไปข้างหน้าเล็กน้อย ประมาณ 30 องศา
      • เอียงศีรษะไปฝั่งตรงข้ามกับรูจมูกข้างที่จะพ่นยา
      • วาง/สอดหัวพ่นบริเวณรูจมูกอย่างพอดี ไม่ดันลึก
      • ใช้นิ้วกดปิดรูจมูกอีกข้างที่ยังไม่ได้พ่น
      • กดสเปรย์พร้อมกับค่อยๆ สูดหายใจเข้าเบาๆ
      • หันหัวพ่นชี้ไปทางผนังด้านข้างของรูจมูก หลีกเลี่ยงการพ่นใส่ผนังกั้นกึ่งกลางจมูก
      • สูดหายใจเข้าเบาๆ พร้อมกับกดยาเข้าที่โพรงจมูก และกลั้นหายใจ 5-10 วินาที และผ่อนลมหายใจออกช้าๆ
      • หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกทันทีหลังพ่น และทำตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
      • สลับไปทำแบบเดียวกันกับรูจมูกอีกข้าง (หากแพทย์มีคำสั่งให้พ่นทั้งสองข้าง)
      • ใช้กระดาษทิชชูสะอาดเช็ดทำความสะอาดหัวพ่น
      • ปิดฝาขวดยาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน
      • เก็บรักษายาไว้ในบริเวณที่แห้งและเย็น

      สิ่งที่ควรทำในการใช้ยาพ่นจมูก

      ใช้ยาตามคำแนะนำบนฉลากหรือตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

      แจ้งแพทย์ให้ทราบหากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ต้อหิน โรคหัวใจ หรือกำลังตั้งครรภ์

      หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น แสบจมูก ปวดศีรษะ หรือมีเลือดกำเดาไหล ให้หยุดใช้ยาและรีบปรึกษาแพทย์ทันที

      สิ่งที่ไม่ควรทำในการใช้ยาพ่นจมูก

      ไม่ใช้ยาติดต่อกันนานเกินระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะยาที่มีฤทธิ์ช่วยหดหลอดเลือด

      ไม่ใช้อุปกรณ์พ่นยาร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค


      คำถามพบบ่อย (FAQ)

      ยาพ่นจมูก ลดน้ำมูกได้ไหม ?ได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสาเหตุของน้ำมูกและชนิดของยาพ่น เพราะแต่ละกลุ่มมีวัตถุประสงค์ต่างกัน หากอาการต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกร
      ยาพ่นจมูกต้องเก็บในตู้เย็นไหม ?แนะนำให้ตรวจสอบฉลาก/เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ เพราะเงื่อนไขการเก็บแตกต่างกัน และหลีกเลี่ยงความร้อน/แสงแดดตามคำแนะนำ

      บทสรุป

      การใช้ยาพ่นจมูกให้ได้ผลดีที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่การเลือกชนิดยาให้เหมาะกับอาการ รวมถึงการพ่นยาอย่างถูกวิธี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง ดูแลระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ให้ถูกวิธีตามระยะเวลาที่แนะนำ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร


      โรงพยาบาลบีเอ็นเอช,

      มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี,

      ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

      แนะนำบทความอื่นๆ

      สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

      ล้างจมูกตอนไหนดีที่สุด ? เช้า ก่อนนอน หรือหลังออกไปเจอฝุ่น

      Hashi Life Style สุขภาพดี

      “อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” ส่งผลกับโพรงจมูกอย่างไร ? ทำไมถึงมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จามง่าย และหายใจไม่สะดวก

      สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

      ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสำเร็จรูป vs ผสมเอง ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

      Hashi Life Style สุขภาพดี

      หน้าฝนส่งผลต่อโพรงจมูกและระบบทางเดินหายใจอย่างไร ? พร้อมวิธีดูแลจมูกให้หายใจโล่ง

      Hashi Life Style สุขภาพดี

      7 สิ่งที่ควรทำ ! หลังเดินตากฝน ลดโอกาสเสี่ยงหวัดหลังตัวเปียก

      สุขภาพโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

      “ฝน” ทำให้เป็นหวัดจริงหรือไม่ ? ไขข้อสงสัย พร้อมวิธีดูแลตัวเองช่วงหน้าฝน

      ค้นหา