ในทางการแพทย์มีแนวคิดที่เรียกว่า “One Airway, One Disease” หรือโรคทางเดินหายใจหนึ่งเดียว ซึ่งอธิบายว่าภูมิแพ้จมูก (ทางเดินหายใจส่วนบน) และโรคหอบหืด (ทางเดินหายใจส่วนล่าง) มีความเชื่อมโยงกันในระบบทางเดินหายใจและอาจพบร่วมกันได้บ่อย ซึ่งในผู้ที่มีทั้งสองภาวะ การประเมินและควบคุมอาการของทั้งจมูกและหอบหืดตามแผนแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง
บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่าภูมิแพ้จมูกกับหอบหืดเกี่ยวกันอย่างไร และทำไมควรดูแลทั้งสองภาวะตามแผนแพทย์ ?

ภูมิแพ้จมูกกับหอบหืดเกี่ยวกันอย่างไร ?
ผู้ป่วยโรคหอบหืดมักพบโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมได้บ่อย ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ มีโอกาสเป็นโรคหืด มากกว่ากลุ่มควบคุมถึง 3 เท่า ซึ่งทั้งสองโรคนี้ส่งผลกระทบถึงกันโดยตรง หากอาการทางจมูกกำเริบก็อาจกระตุ้นให้อาการหอบหืดรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งการควบคุมอาการทางจมูกอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ที่มีทั้งสองภาวะร่วมกัน
อาการทางจมูกและอาการทางหลอดลมต่างกันอย่างไร ?
อาการทางจมูก (Upper Airway)
ตำแหน่งที่เป็นมักเกิดบริเวณโพรงจมูกและเยื่อบุจมูก และมักเกี่ยวข้องกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ลักษณะอาการ คือ จาม คันจมูก คัดจมูก หายใจไม่สะดวก เป็นต้น

อาการทางหลอดลม (Lower Airway)
ตำแหน่งที่เป็นมักเกิดบริเวณท่อลมส่วนล่างหรือหลอดลมในปอด ซึ่งมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงกว่าปกติ ลักษณะอาการ คือ แน่นหน้าอก หายใจเข้าออกลำบาก ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนหรือหลังออกกำลังกาย หอบเหนื่อย และมีเสียงวี้ดคล้ายเสียงนกหวีดเวลาหายใจออก
ตัวกระตุ้นที่อาจพบร่วมกัน
✅ สิ่งกระตุ้นในชีวิตประจำวัน เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ ควันบุหรี่ ขนสัตว์ และมลพิษทางอากาศ
✅ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสบางชนิด
✅ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอากาศเย็นและแห้ง ซึ่งส่งผลให้หลอดลมเกิดการหดตัว และหายใจลำบากขึ้น
ทำไมควรดูแลทั้งสองภาวะตามแผนแพทย์ ?
โรคนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับ ทำงาน เรียนหนังสือ ทำกิจวัตรประจำวัน หรือเล่นกีฬาได้ตามปกติ สำหรับในเด็กอาจส่งผลให้ร่างกายเจริญเติบโตช้าและมีปัญหาด้านการเรียนรู้ ที่สำคัญหากเป็นภาวะหอบหืดที่ควบคุมไม่ได้ หรือเกิดการกำเริบรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะปอดเสื่อม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนส่งผลต่อชีวิตได้
ดังนั้น การได้รับการรักษาและดูแลอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการกำเริบของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคหืด
การรักษาผู้ป่วยโรคหืดอย่างเหมาะสม จะสามารถควบคุมโรคและป้องกันอาการหืดกำเริบเฉียบพลันได้ หลักการรักษาประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการรักษาโรคหืด
2. การค้นหาและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
3. การประเมินระดับความรุนแรง รักษา เฝ้าระวังติดตาม และควบคุมอาการของโรคหืด

การล้าง/พ่นน้ำเกลือ ช่วยเฉพาะอาการทางจมูกอย่างไร ?
การล้างจมูกจะช่วยชะล้างทั้งน้ำมูก สิ่งสกปรก เชื้อโรค รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ออกไป ทำให้สิ่งตกค้างในจมูกลดน้อยลง
การใช้น้ำเกลือและอุปกรณ์ล้างจมูกอย่างถูกวิธี
1. ใช้น้ำสำหรับละลายผงเกลือตามคำแนะนำผลิตภัณฑ์
2. รักษาความสะอาดอุปกรณ์
3. ไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
4. ปรึกษาแพทย์ทันที เมื่อมีอาการผิดปกติ
สัญญาณอาการหอบหืดฉุกเฉินและ Asthma Action Plan
| ระดับอาการ | จุดสังเกต | Asthma Action Plan |
| ระดับเล็กน้อย | หายใจลำบากเล็กน้อย แต่ยังพูดคุยได้ตามปกติ | พ่นยาขยายหลอดลม พ่น 1 – 2 ครั้ง ตามคำแนะนำแพทย์ และพ่นให้ถูกวิธีเพื่อให้ยาเข้าไปในหลอดลมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลักการรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคหืด การรักษาผู้ป่วยโรคหืดอย่างเหมาะสม จะสามารถควบคุมโรคและป้องกันอาการหืดกำเริบเฉียบพลันได้ ซึ่งหลักการรักษาประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ 1. การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการรักษาโรคหืด 2. การค้นหาและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ 3. การประเมินระดับความรุนแรง รักษา เฝ้าระวังติดตามและควบคุมอาการของโรคหืด และตามเนวทางการรักษา แนะนำให้ล้างจมูกก่อนพ่นยา 10-15 นาที จะทำให้ตัวยาดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีมากขึ้น วิธีพ่นยาขยายหลอดลม : www.siphhospital.com/th |
| ระดับปานกลาง | เริ่มมีเสียงหายใจดังวี้ด และพูดได้แค่ประโยคหรือวลีสั้นๆ | พ่นยาขยายหลอดลม และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หลังพ่นยาไปแล้ว 5 – 10 นาที หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง สามารถพ่นยาซ้ำได้ตามแผนการรักษาเดิมที่แพทย์เคยแนะนำไว้ แต่ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ |
| ระดับรุนแรง | พูดได้แค่ทีละคำ และหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ | พ่นยาขยายหลอดลม และรีบไปโรงพยาบาลทันที หากอาการยังไม่ดีขึ้นหลังพ่นยา หรือมีสัญญาณเตือน เช่น พูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากเริ่มเขียว หรือซึมลง ให้รีบโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที |
แนวทางดูแลระบบทางเดินหายใจ (โรคหอบหืดจากภูมิแพ้)
การรับมือกับโรคหอบหืดจากภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่การใช้ยาบรรเทาอาการเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือเริ่มจากการควบคุมโรคตามแผนแพทย์ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทราบ และดูแลสุขภาพโดยรวม ดังนี้

1. ปรับพฤติกรรม
เน้นรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาสุขภาพจิตให้แจ่มใส ควบคู่ไปกับการเลี่ยงและกำจัดสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งกระตุ้นรอบตัวให้ได้มากที่สุด เช่น ฝุ่น, ควัน (บุหรี่/ไอเสีย/ธูป), กลิ่นฉุน, สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ตลอดจนลดปัจจัยเสี่ยงอย่างการอดนอน การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
2. การใช้ยาบรรเทาอาการ (ชนิดกิน สูด หรือพ่น)
การรักษาหลักของโรคหอบหืดคือการใช้ยาตามสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมอาการและลดความไวของหลอดลม โดยผู้ป่วยไม่ควรปรับลดหรือหยุดยาเอง ส่วนการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น รวมถึงการรักษาโรคควบคู่ เช่น หวัดหรือไซนัสอักเสบ เป็นองค์ประกอบเสริมที่ช่วยให้การควบคุมโรคร่วมกับการรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
3. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้
ทำได้โดยค่อยๆ ฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายทีละน้อยเพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง คุมอาการด้วยยาไม่ได้ ทนผลข้างเคียงของยาไม่ไหว หรือมีโรคภูมิแพ้หลายชนิดร่วมด้วย (เช่น ภูมิแพ้อากาศ หรือเยื่อบุตาอักเสบ) โดยต้องรักษาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง และหากได้ผลดีอาจต้องฉีดต่อเนื่องนาน 3 – 5 ปี
คำถามพบบ่อย (FAQ)
| ภูมิแพ้ทำให้หอบหืดกำเริบไหม ? | โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ หรือโรคแพ้อากาศ มักส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก และจาม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้โรคหอบหืดกำเริบขึ้นได้ โดยจะแสดงอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือมีเสียงวี้ดขณะหายใจ ทั้งนี้ อาการอาจเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ตามฤดูกาล เช่น ช่วงที่มีเกสรดอกไม้ระบาด หรืออาจมีอาการต่อเนื่องตลอดทั้งปีขึ้นอยู่กับสิ่งกระตุ้น |
| อาการหอบหืดระยะแรกมีอะไรบ้าง ? | หากมีอาการเหล่านี้ซ้ำ เช่น ไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงวี้ด และเหนื่อยหอบ โดยเฉพาะกลางคืน/หลังออกกำลังกาย หรือมีหายใจลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทันที |
บทสรุป
การดูแลหอบหืดจากภูมิแพ้ต้องใช้แนวคิด One Airway, One Disease โดยฟื้นฟูทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างไปพร้อมกัน เพราะอาการจมูกอักเสบที่กำเริบจะกระตุ้นให้หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นและหอบรุนแรงขึ้น หัวใจสำคัญจึงเป็นการควบคุมอาการหอบหืดอย่างเคร่งครัดตามแผนการรักษาของแพทย์ ควบคู่ไปกับการดูแลโรคภูมิแพ้ทางจมูกและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การล้างจมูกอย่างถูกวิธีเป็นเพียงการดูแลเสริมเฉพาะอาการทางจมูกเท่านั้น เพื่อควบคุมโรคในระยะยาวและคืนคุณภาพชีวิตที่ดี
ขอบคุณข้อมูลจาก :
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,
โรงพยาบาลสินแพทย์,
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์,
โรงพยาบาลพิษณุเวช ในเครือของบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด,
โรงพยาบาลพิษณุเวช ในเครือของบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด,
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์





