การดูแลสุขอนามัยในโพรงจมูกเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับภาวะที่เยื่อบุจมูกเกิดการฝ่อตัว จนทำให้สิ่งสกปรกและสะเก็ดต่างๆ สะสมได้ง่ายขึ้น การรู้จักโรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่ออย่างถูกต้อง จะช่วยให้ดูแลและทำความสะอาดโพรงจมูกได้เหมาะสมกับภาวะ
โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ คืออะไร ?
โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงจมูกเสื่อมลง ส่งผลให้เยื่อบุในจมูกเหี่ยวและฝ่อ ทั้งยังอาจทำให้โครงสร้างกระดูกฝ่อเล็กลงไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ น้ำมูกจึงตกค้างและเกิดคราบแห้งแข็งเป็นสะเก็ดเกาะติดอยู่บนเยื่อบุจมูก พอสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเข้าไปอุดกั้นโพรงจมูก ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นออกมาจากภายในจมูกได้

โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ นี้แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
1. ชนิดที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน :
เชื่อว่าอาจมีผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การติดเชื้อ ภาวะขาดสารอาหาร พันธุกรรม หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
2. ชนิดที่มีสาเหตุชัดเจน หรือเป็นผลสืบเนื่องมาจากโรคอื่น :
เช่น การติดเชื้อวัณโรค โรคเรื้อน ซิฟิลิส ไซนัสอักเสบเรื้อรัง รวมถึงเป็นผลตามหลังจากการผ่าตัดจมูกและไซนัส การฉายแสงรักษามะเร็งบริเวณจมูกและไซนัส หรือการประสบอุบัติเหตุ
โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ อาการ
✅ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
✅ คัดจมูก หายใจไม่สะดวก จากการที่มีสะเก็ดสะสมอุดตันในช่องจมูก
✅ สูญเสียการได้กลิ่น หรือจมูกไม่ได้กลิ่นในบางครั้ง
✅ มีเลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกจากจมูก
แพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร ?
จากการตรวจโพรงจมูกจะพบสะเก็ดแผ่นแห้งสีเหลืองปนน้ำตาลหรือเขียวเกาะอยู่บนเยื่อบุโพรงจมูก เมื่อแกะสะเก็ดออก จะเห็นคราบหนองบางๆ เคลือบอยู่บนเยื่อบุ และหลังจากทำความสะอาดแล้ว จะสังเกตเห็นเยื่อบุจมูกมีลักษณะฝ่อ รวมถึงโพรงจมูกดูกว้างกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

การรักษาโรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ
แพทย์จะเริ่มจากอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคและแนวทางการดำเนินของโรค หากตรวจพบสาเหตุที่ชัดเจน จะรักษาทั้งตามอาการและรักษาที่สาเหตุควบคู่กันไป แต่หากเป็นชนิดที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ จะเน้นการรักษาตามอาการเป็นหลัก ซึ่งมีแนวทางดังนี้
1. แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อาจทำความสะอาดและนำสะเก็ด/สารคัดหลั่งออกตามความเหมาะสม
2. แพทย์อาจแนะนำการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำตามความเหมาะสม เพื่อช่วยชะล้างสะเก็ดและสารคัดหลั่ง
3. เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว อาจใช้ยาหยอดจมูกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้สะเก็ดนุ่มลงและลดกลิ่นเหม็น ขึ้นกับแพทย์พิจารณา เช่น 5% alcohol + 3% glycerine + น้ำเกลือสูตร Isotonic เป็นต้น
4. แพทย์อาจพิจารณายาต้านจุลชีพเฉพาะ เมื่อมีข้อบ่งชี้หรือหลักฐานการติดเชื้อ
5. หากพบภาวะขาดสารอาหาร แพทย์อาจแนะนำการปรับโภชนาการหรือเสริมสารอาหารตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาทำความสะอาดโพรงจมูกเป็นระยะ เพื่อติดตามผลการรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

การรักษาด้วยการผ่าตัด
หากรักษาตามอาการแล้วยังไม่ดีขึ้น และผู้ป่วยยังมีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาเรื่องการผ่าตัด เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีโพรงจมูกที่กว้างกว่าปกติ ทำให้อากาศผ่านเข้าออกจมูกจำนวนมาก จมูกจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับอากาศให้อุ่นและชื้น เยื่อบุจมูกจึงแห้งได้ง่าย
การผ่าตัดจะช่วยทำให้โพรงจมูกแคบลง โดยใส่วัสดุสังเคราะห์หรือใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง ซึ่งเนื้อเยื่อของตัวคนไข้เองมักเกิดอาการต่อต้านน้อยกว่าสารสังเคราะห์ แต่ในระยะยาวก็มีโอกาสละลายหรือถูกร่างกายดูดซึมหายไปได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีผ่าตัดปิดรูจมูก เพื่อกั้นไม่ให้อากาศผ่านเข้าไปได้เลย หรือให้อากาศเข้าได้น้อยลง ซึ่งพบว่าช่วยให้เยื่อบุจมูกฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้หลังผ่าตัดไปแล้ว 2 – 3 ปี
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไซนัสอักเสบร่วมด้วย การผ่าตัดรักษาไซนัสอักเสบคู่กับการทานยาต้านจุลชีพหลังผ่าตัด จะช่วยให้อาการของโรคเยื่อบุจมูกอักเสบแบบฝ่อดีขึ้น
คำถามพบบ่อย (FAQ)
| เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ กี่วันหาย ? | โรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีแนวทางการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ ดังนี้ : – ยาปฏิชีวนะ : ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการ – เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ : ช่วยลดอาการจมูกแห้งและระคายเคืองได้ดีขึ้น – การล้างจมูก : ช่วยชะล้างสะเก็ดหรือคราบแข็งๆ ออกมา ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความแห้งกร้านในจมูก – อาหารเสริม : ในกรณีที่เกิดจากการขาดสารอาหาร แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานธาตุเหล็กหรือวิตามินเสริมเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกาย |
บทสรุป
โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อเป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทันที แต่การทำความสะอาดโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือ การใช้ยารักษาตามอาการ และการปรับโภชนาการให้ครบถ้วน จะช่วยลดสะเก็ดอุดตัน รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสังเกตอาการผิดปกติและพบแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการคืนความชุ่มชื้นให้โพรงจมูกและช่วยให้กลับมาหายใจได้สบายขึ้นในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก :
รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน,
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,
Cleveland Clinic





