เคยไหมที่ ไอไม่หยุด จนคนรอบข้างเริ่มมอง หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรมา จั๊กจี้คอ ตลอดเวลา จนต้องกระแอมบ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัด ?
อาการกวนใจอย่าง “ไอเรื้อรัง” และ “คันคอ” อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความรำคาญเหล่านี้ อาจมีสาเหตุที่ซับซ้อน และสัญญาณบางอย่างที่ร่างกายกำลังพยายามบอกคุณอยู่

สาเหตุหลักของอาการคันคอและไอไม่หยุด
อาการคันคอและไอต่อเนื่อง เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่พยายามขจัดสิ่งแปลกปลอมหรือลดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและลดทอนคุณภาพการนอนหลับได้ ฉะนั้น การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงเหล่านี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการบรรเทาและป้องกันอาการคันคอจนไอไม่หยุด
ภูมิแพ้อากาศ :
จัดเป็นสาเหตุสำคัญและพบได้บ่อยครั้ง เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์ ไรฝุ่น หรือเชื้อรา ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองอย่างรุนแรงโดยการปล่อยสารฮิสตามีน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและการระคายเคืองในโพรงจมูกและลำคอ อาการที่ตามมา คือ ความรู้สึกคันยิบๆ ในคอ ที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาไอแห้งๆ อย่างต่อเนื่อง
อากาศแห้ง :
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวหรือในสภาพแวดล้อมที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา เป็นปัจจัยที่ทำให้เยื่อบุในลำคอและทางเดินหายใจสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่อเยื่อบุคอแห้งตึง ร่างกายจึงพยายามสร้างความชุ่มชื้นกลับคืนมาผ่านการไอแห้งๆ ซึ่งอาการไอมักจะแย่ลงในเวลากลางคืน

กรดไหลย้อน :
เป็นภาวะที่กรดและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาสู่หลอดอาหาร หรือบางครั้งอาจสูงถึงคอหอยและกล่องเสียง สภาวะที่เป็นกรดนี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรังบริเวณเยื่อบุคอ ทำให้เกิดอาการคันคอ เจ็บคอ และไอเรื้อรังที่มักเกิดขึ้นหลังมื้ออาหารหรือขณะนอนราบ
การสูบบุหรี่ :
ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีและสารระคายเคืองหลายชนิดที่ทำลายเซลล์เยื่อบุและขนเล็กๆ ในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งร่างกายจะตอบสนองต่อการระคายเคืองและสารพิษเหล่านี้ด้วยการพยายามขับออกผ่านการไอนั่นเอง
มลภาวะ :
โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ควันจากยานพาหนะ ก๊าซพิษ หรือสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม อนุภาคเหล่านี้สามารถเข้าสู่ลำคอและปอดได้อย่างง่ายดาย ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ซึ่งการสัมผัสกับมลภาวะในระดับสูงนี้จะกระตุ้นให้เกิดอาการไอเพื่อพยายามขับสารระคายเคืองออกไป และอาการไอมักจะแย่ลงในวันที่คุณภาพอากาศเลวร้ายอีกด้วย
วิธีแก้อาการคันคอและบรรเทาอาการไอด้วยตนเอง
เพื่อบรรเทาอาการไอและระคายเคืองคอ ควรจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อลดอาการคอแห้ง และช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง นอกจากนี้ การใช้ ยาอมหรือยาน้ำ ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นในลำคอและขับเสมหะก็มีประโยชน์เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องงดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด เพราะควันบุหรี่เป็นตัวกระตุ้นให้ไอและระคายเคืองคอได้ในทันที และยังเป็นสาเหตุหลักของอาการไอเรื้อรังและโรคระบบทางเดินหายใจที่ร้ายแรงอีกด้วย

⭐ อีกหนึ่งตัวช่วยในการบรรเทาอาการคันคอ คือ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการไอและคันคอ เนื่องจากช่วยชะล้างสารก่อภูมิแพ้ ฝุ่นละออง มลพิษ และเชื้อโรคที่สะสมในโพรงจมูก ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการอักเสบและการไอให้หมดไป อีกทั้ง ยังช่วยชะล้างน้ำมูกเหนียวข้นที่ไหลลงคอ อันเป็นสาเหตุหลักของการระคายเคืองและอาการไอได้อีกด้วย
วิธีล้างจมูกที่ถูกต้องและปลอดภัย
เริ่มจากผสมน้ำเกลือกับน้ำสะอาดลงในขวดบีบให้พร้อม จากนั้นโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แนบปลายขวดกับรูจมูกข้างที่อยู่สูงกว่าในแนวนอน ขณะบีบขวดเบาๆ ให้กลั้นหายใจหรือออกเสียง “อาาา” เพื่อให้น้ำเกลือไหลผ่านโพรงจมูกออกสู่อีกข้าง ทำสลับกันจนกว่าน้ำที่ไหลออกมาจะใสสะอาด ปิดท้ายด้วยการสั่งน้ำมูกเบาๆ เพื่อเคลียร์สิ่งตกค้างเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

คำถามพบบ่อย (FAQ)
| วิธีแก้ไอไม่หยุด ? | หลายคนมักมีคำถามว่าไอไม่หยุดทำยังไงดี หรือคันคอกินอะไรหาย ? เรามีวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นง่ายๆ มาฝาก เช่น – ดื่มน้ำปริมาณมาก โดยเฉพาะน้ำอุ่น เพื่อให้เสมหะไม่ข้นเหนียว และขับออกมาได้ง่าย – นอนพักผ่อนให้เพียงพอ – หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นอาการไอ เช่น ฝุ่น สารเคมี ควันบุหรี่ – หลีกเลี่ยงสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศ/พัดลมโดยตรง – หลีกเลี่ยง/งดการสูบบุหรี่ – ยาบรรเทาอาการไอ |
| ไอแบบไหนปอดมีปัญหา ? | 3 อาการไอ ที่บ่งบอกว่าปอดมีปัญหา – ไอเรื้อรัง ไอนานติดต่อกันเกินกว่า 3 สัปดาห์ หรือในบางรายอาจไอนานเป็นเดือน – ไอรุนแรงจนเหนื่อยหอบ หรือไอจนเสียงเปลี่ยน – ไอปนเลือด |
| ทําไมถึงไอทั้งคืนไม่ได้นอน ? | สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอตอนกลางคืนจนไม่ได้นอน มักเกิดจาก – การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด เช่น โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ – โรคหอบหืด – โรคกรดไหลย้อน – น้ำมูกไหลลงคอ |
บทสรุป
จะเห็นว่า การเยียวยาบรรเทาอาการเหล่านี้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจในสาเหตุควบคู่ไปกับการดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทว่าหากอาการยังคงอยู่ยาวนานเกินกว่า 3 สัปดาห์ หรือมีสัญญาณอื่นๆ ที่น่ากังวลปรากฏร่วมด้วย อาทิ ไข้สูง อาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือภาวะหายใจติดขัด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
ซึ่งการดูแลสุขภาพด้วยความตระหนักและใส่ใจเช่นนี้จะนำมาซึ่งความสบายของลำคอ และช่วยให้คุณสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข ปราศจากความระคายเคืองจากการไอที่รบกวนใจ
ขอบคุณข้อมูลจาก :
GED good life,
EXTA Plus,
EXTA Plus,
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช,
โรงพยาบาลศิครินทร์,





