หน้ากากอนามัยกลายเป็นไอเทมคู่กายที่ขาดไม่ได้เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว นั่นเป็นเพราะเรากำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า หน้าหนาว คือ ช่วงเวลาที่ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า อะไรคือกลไกเบื้องหลังที่ทำให้ฤดูหนาวและฝุ่นพิษมีความเชื่อมโยงกัน ?
บทความนี้เราจะมาเผยสาเหตุว่าทำไมหน้าหนาวถึงฝุ่นเยอะ พร้อมแนะนำวิธีรับมือที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักหายใจได้อย่างปลอดภัยและเต็มปอดตลอดฤดูหนาว

ทำไมหน้าหนาวฝุ่น PM 2.5 ถึงเยอะ ?
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว เป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ สภาพอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ ดังนี้
1. ฝุ่น PM 2.5 หน้าหนาว เกิดจากการผกผันอุณหภูมิ
ในช่วงฤดูหนาว หลายพื้นที่มักเผชิญกับปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่าการผกผันอุณหภูมิ (Temperature Inversion) โดยชั้นบรรยากาศที่ใกล้พื้นดินจะมีอุณหภูมิเย็นกว่าชั้นบรรยากาศที่อยู่สูงขึ้นไป ผลลัพธ์ คือ มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะถูกกักเก็บและสะสมตัวอยู่หนาแน่นในชั้นบรรยากาศใกล้พื้นดินเป็นระยะเวลานาน ทำให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ลง
2. ฝุ่น PM 2.5 หน้าหนาว เกิดจากสภาพอากาศนิ่งและลมที่อ่อนกำลัง
ในช่วงฤดูหนาว ลมหนาวที่พัดมาจากประเทศจีนมักมีความเร็วต่ำและค่อนข้างนิ่ง สภาวะเช่นนี้ทำให้ฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์และจากธรรมชาติ ไม่สามารถพัดพาหรือกระจายตัวออกไปนอกพื้นที่ได้ เป็นผลให้ฝุ่นเหล่านี้สะสมตัวอยู่ในระดับพื้นดินนั่นเอง

3. ฝุ่น PM 2.5 หน้าหนาว เกิดจากการเผาในที่โล่งทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
ในช่วงฤดูหนาวเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของเกษตรกรในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้มีการเผาซากพืชและเผาป่า เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูก การกระทำนี้ส่งผลให้เกิดฝุ่นและควันจำนวนมหาศาล ที่สามารถลอยข้ามพรมแดนเข้ามายังประเทศไทยได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ
4. ฝุ่น PM 2.5 หน้าหนาว เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมที่ใช้พลังงาน
ในฤดูหนาวความต้องการพลังงานมักจะสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากหลายพื้นที่ต้องใช้เครื่องทำความร้อนและเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อรับมือกับอากาศที่เย็นลง นอกจากนี้ กิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมที่อาจต้องใช้การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นด้วย การใช้งานพลังงานที่มากขึ้นนี้เองจึงเป็นสาเหตุให้เกิดการปล่อยมลพิษสู่บรรยากาศ และทำให้มลพิษเหล่านั้นสะสมตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ง่ายขึ้น

แล้วฝุ่น PM 2.5 เยอะช่วงไหน ?
✅ กรุงเทพมหานคร : มักจะประสบกับปัญหาฝุ่นละอองในอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สาเหตุหลักมาจากช่วงเวลานี้เป็นฤดูหนาว ซึ่งสภาพอากาศที่เย็นและนิ่งกว่าปกติ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศหรือถูกพัดพาไปได้ง่าย จึงเกิดการสะสมตัวในระดับพื้นดินและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในที่สุด

✅ ภาคตะวันออกและตะวันตก : ฝุ่นละอองมักจะปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของประเทศไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเผาพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะไร่อ้อย ที่เป็นวิธีการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป การเผาเหล่านี้ทำให้เกิดควันและฝุ่นจำนวนมาก ลอยฟุ้งกระจาย และส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่ดังกล่าว
✅ ภาคเหนือและภาคกลาง : มักจะประสบปัญหาฝุ่นละอองในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี สาเหตุหลักมาจากการสะสมของมวลอากาศ ซึ่งเกิดจากการที่ความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแผ่ขยายตัวขึ้นไปสู่ภาคเหนือ ทำให้สภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ และเกิดการกักเก็บฝุ่นละอองไว้ในชั้นบรรยากาศ จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่ดังกล่าวอย่างชัดเจน

✅ ภาคใต้ : มักประสบปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม สาเหตุหลักของปัญหานี้มาจากกิจกรรมการเผาพื้นที่ทางการเกษตรภายในประเทศ และที่สำคัญ คือ หมอกควันข้ามแดน ซึ่งพัดพามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่แย่ลงในช่วงเวลาดังกล่าว
วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 หน้าหนาว
เมื่อลมหนาวพัดมา สิ่งที่มักตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในหลายพื้นที่ คือ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ฝุ่นพิษเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณปลอดภัยจากภัยเงียบในช่วงฤดูหนาว
1. พักผ่อนให้เพียงพอ
การที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้กลไกการซ่อมแซมตัวเองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นจากการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 และทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับสารพิษและเชื้อโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น

2. ทานอาหารครบ 5 หมู่
โภชนาการที่ดีเป็นรากฐานของการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งการได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบทั้ง 5 หมู่ จะช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ตามปกติ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันด้วย
3. ดื่มน้ำให้มากๆ
น้ำจะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจมีความชุ่มชื้น ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจไม่แห้ง ซึ่งจะช่วยในการดักจับและกำจัดฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น
4. หลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ในช่วงเวลาที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน การลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก (อาทิ การออกกำลังกาย) นอกอาคารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหายใจเร็วและลึกขึ้น ทำให้มีโอกาสสูดเอาฝุ่นพิษเข้าสู่ปอดในปริมาณที่มากขึ้นนั่นเอง

5. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
การป้องกันฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ภายในบ้านเป็นมาตรการพื้นฐานที่ต้องทำ โดยการตรวจสอบและปิดประตูหน้าต่างให้สนิท รวมถึงช่องทางต่างๆ ที่อาจเป็นทางเข้าของฝุ่น วิธีนี้จะช่วยจำกัดปริมาณฝุ่นที่เข้ามาภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. ในผู้ป่วยกลุ่มโรคภูมิแพ้โพรงจมูกอักเสบ และหอบหืด ควรใช้ยาสูดทางปาก และยาพ่นจมูกต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืดหรือภูมิแพ้โพรงจมูกอักเสบ การปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ควรใช้ยาสูดพ่นทางปากหรือยาพ่นจมูกตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อควบคุมอาการอักเสบของทางเดินหายใจไม่ให้กำเริบเมื่อสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5
7. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
นอกจากฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นภัยหลัก การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้อยู่แล้ว เนื่องจากฝุ่นพิษนี้จะเข้าไปทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจให้อ่อนแอลง ทำให้ร่างกายมีความไวต่อสิ่งเร้าภายนอกมากขึ้น และส่งผลให้อาการแพ้กำเริบได้ง่ายกว่าปกติ
8. ล้างจมูก
การ ล้างจมูก ด้วยน้ำเกลือจะช่วยชะล้างฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ สิ่งแปลกปลอมที่สะสมอยู่ในโพรงจมูกและไซนัสออกไปได้ ซึ่งจะช่วยลดการระคายเคืองและลดโอกาสที่ฝุ่นจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ นับเป็นการทำความสะอาดทางเดินหายใจด่านแรกที่ได้ผลดี
คำถามพบบ่อย (FAQ)
| ฤดูไหนค่าฝุ่น PM 2.5 สูงที่สุด ? | ฤดูที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงที่สุด คือ ฤดูหนาว และอาจต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูร้อน เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมตัวในอากาศได้ง่ายขึ้น |
| ฝุ่น PM 2.5 จะดีขึ้นในช่วงเวลาใด ? | ฝุ่น PM 2.5 จะดีขึ้นในช่วงเวลากลางวัน เนื่องจากแสงแดดและอุณหภูมิที่สูงขึ้นช่วยให้ฝุ่นละอองลอยตัวและกระจายตัวได้ดีขึ้น |
| PM 2.5 เข้ามาในบ้านได้ไหม ? | ฝุ่น PM2.5 มีขนาดที่เล็กมาก จึงสามารถเล็ดลอดเข้ามาในบ้านผ่านทางประตู หน้าต่าง หรือระบบระบายอากาศได้ |
บทสรุป
จะเห็นได้ว่า ฝุ่น PM 2.5 มีความอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ฉะนั้น การป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 จึงไม่เป็นเพียงมาตรการ แต่เป็นการสร้างเกราะป้องกัน เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตในทุกฤดูได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก :
สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม,
Allwell Healthcare,
โรงพยาบาลพญาไท 2,
กรมประชาสัมพันธ์,
RISC,
โรงพยาบาลเปาโล,





